Search Engine Optimization

Search Engine Optimization

          SEO คือ Search Engine Optimization เป็นส่วนหนึ่งของ Search Engine Marketing

          SEO คือ การทำให้เว็บไซต์ของท่านอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของหน้าแสดงผลการค้นหาใน Search Engine ชั้นนำเช่น Google , Yahoo , Bing และเมื่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาใน Keyword หรือ คำค้นหที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณผลการค้นหาที่ปรากรฎขึ้นมา ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งสิ้นเพราะตำแหน่งของเว็บไซต์ที่ทุกท่านเห็นมี ความสำคัญและแตกต่างทางด้านธุรกิจอย่างมากมายมหาศาลเพราะตามหลักความเป็น จริงเมื่อคุณต้องการค้นหาสินค้าหรือบริการใดๆก็ตามที่ได้กรอก คำค้นหา (Keyword) เว็บที่คุณจะเลือกเข้าไปดูเลือกซื้อเลือกชมหรือหาข้อมูลย่อมเป็นเว็บใน อันดับต้นๆหรือเว็บที่ติดอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine นั้นๆจึงไม่น่าแปลกใจถ้าเว็บที่มีอันดับต้นๆจึงเป็นที่ยอดขายสูงขึ้นและเป็น เว็บที่มียอดผู้ชมมากที่สุด

          สรุป SEO ก็เหมือนกับการทำการตลาดโดยการทำความเข้าใจว่าอัลกอริทึมของเสิร์ชเอนจิ นนั้นทำงานอย่างไร และ คำๆไหนที่ผู้เยี่ยมชมมีความต้องการที่จะค้นหา เพื่อช่วยเลือกเว็บเพจที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้ทำการค้นหา

          การสร้างเว็บเพจโดยการใช้เทคนิค SEO นั้นก็ไม่ได้หมายถึงการสร้างเนื้อหาที่เป็นที่ชื่นชอบต่อเสิร์ชเอนจินเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่คำนึงถึงผู้เยี่ยมชม ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นอาจจะมีการเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโค๊ดของเว็บไซต์, การนำเสนอ, โครงสร้างของเว็บไซต์ และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของการทำ SEO ก็คือเนื้อหาที่มีประโยชน์ และจะต้องเป็นเนื้อหาต้นฉบับ

          หลักในการทำ SEO นั้นเป็นเทคนิคในการทำเว็บไซต์ ให้ติดอันดับต้นๆ ด้วยคำสำคัญโดยเน้นให้ผลของคำค้นปรากฏอยู่ในส่วนของ Natural Search Result (Organic Search Result) หรือในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน

          SEO สำคัญยังไงอินเตอร์ เน็ตในยุคปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูล แทนที่จะต้องพิมพ์ URL (Uniform Resource Locator) ก็ใช้ Keyword (คำค้น) ป้อนลงไปใน Search Engine Box ต่างๆ ก็จะค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดาย และตรงประเด็น มีให้เลือกเปรียบเทียบอีกหลายๆ แห่ง สำหรับเรื่องๆ นั้น และเมื่อค้นพบแล้ว ก็จะมีการแสดงผลออกมาหลายๆ หน้า หลายๆ เว็บไซต์ เว็บที่ถูกแสดงเป็นอันดับที่ 1 2 3หรือที่แสดงผลในหน้าแรก ก็จะถูกคลิกเข้าไปดูข้อมูลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมต้องการให้เว็บตัวเองขึ้นอันดับ 1ของ Keyword นั้นๆ เผื่อผลประโยชน์หลายๆ ด้านเช่น ขายสินค้า โฆษณา หรือโปรโมทร้านค้า บริษัทของตัวเอง ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง

ขั้นตอนSearch Engine Optimization

รายละเอียดในแต่ละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1.การวิเคราะห์เบื้องต้น (Initial Analysis)

          ขั้นตอนแรกของ10ขั้นตอน SEO, การวิเคราะห์เบื้องต้น   หลายองค์กรมองข้ามการวิเคราะห์ตลาด และเสี่ยงทำไปด้วยตนเอง เราให้คำแนะนำผู้คนเสมอเพื่อดูแลการตลาดออนไลน์ เหมือนกับการทำตลาดในด้านอื่นๆ การวิเคราะห์ตลาดการทำงบประมาณก้อนใหญ่มันจะทำให้ไม่ผิดหวัง

          กระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) เริ่มต้นด้วยการดำเนินการวิเคราะห์เว็บไซต์ในสภาพปัจจุบัน โดยทำการประเมินผลและตรวจสอบตำแหน่งของเว็บไซต์ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์ นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization) ให้สามารถทำงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ ให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ

พิจารณาจาก

1.ผลทางเทคนิคของเว็บไซต์ถึงจุดที่แข็งแกร่งและอ่อนแอของเว็บไซต์

2.ความเหมาะสมการจัดทำดัชนีของหน้าเว็บไซต์

3.การวิเคราะห์ความ เข้ากันได้ของเครื่องมือค้นหากับเว็บไซต์และการวิเคราะห์โครงสร้างของ เว็บไซต์ว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2.การวิจัยและวิเคราะห์คำหลัก (Keyword Research and Analysis)

          การวิจัยคีย์ เวิร์ดน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของ Search Engine Optimisation (SEO) นี่คือส่วนที่ควรจะให้การดูแลและให้ความสนใจเป็นพิเศษสิ่งสำคัญสำหรับเจ้า ของเวปไซต์มือใหม่คือการที่ทำอย่างไรก็ได้ให้เวปไซต์ของตัวเองเป็นที่รู้จัก ของผู้สนใจ หรือเรียกว่า การตลาดเวปไซต์ โดยสิ่งที่สำคัญที่ควรจะต้องพิจารณาเป็นอย่างแรกเลยก็คือ คีย์เวิร์ด Keywords ก่อนและ การวิจัยและวิเคราะห์คำหลัก (Keyword) เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา ข้อมูล (Search Engine Optimization process) โดยให้ทำการคัดเลือกคำหลักหรือวลีที่เหมาะสม ที่ผู้ใช้งานอาจเลือกใช้ในการค้นหาจากเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีการวิจัยและวิเคราะห์คำหลักหรือวลีที่ผู้ใช้งานอาจ พิมพ์ไม่ถูกต้อง เพื่อให้คำหลักนั้นสามารถนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine ) แล้วระบุไปยังข้อมูลเป้าหมายได้ ซึ่งจากการวิจัยและวิเคราะห์คำหลัก แล้วทำการคัดเลือกคำหลักที่เหมาะสมนั้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อเว็บไซต์ ทั้งในการช่วยลดต้นทุน การเติบโตทางการตลาด และการประสบความสำเร็จในระยะยาว

ขั้นตอนที่ 3.การวิเคราะห์คู่แข่ง (Competitor Analysis)

          การวิเคราะห์คู่ แข่งเพื่อที่จะวางแผนกลยุทธ์เป็นสิ่งสำคัญ และ ใน SEO ก็ไม่ต่างกัน การวิจัยคู่แข่งจะช่วยให้กลยุทธ์ทางการตลาดเข้าใกล้กับคู่แข่ง การวิจัยคู่แข่งยังจะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพเว็ปไซต์ของคุณติดอันดับในการจัด อันดับว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงเว็ปไซต์คุณหรือไม่ ขั้นตอนที่ 3 ของสิบขั้นตอนการทำ SEO เราจะดูที่สิ่งที่ได้เปรียบคู่แข่งของคุณ เราจะใช้มองอย่าใกล้ชิดเพื่อการเชื่อมโยงไปกับคู่แข่งของคุณ คุณภาพโดยรวมในการแข่งขัน

ขั้นตอนที่ 4.แผนผังและการรวมตัวดึงข้อมูล (Sitemap + RSS feed Inclusion)

          Sitemap คืออะไร แปลเป็นภาษาไทยแบบบ้านๆ ว่า แผนที่เว็บไซต์ หรือ แผงผังเว็บไซต์ ซึ่ง Sitemap ก็คือความหมายตรงๆ ของคำที่แปลเป็นภาษาไทยก็คือแผนที่ของเว็บไซต์ ซึ่ง Sitemap ในเว็บไซต์จะต้องอธิบายโครงสร้างทั้งหมดของเว็บไซต์ได้ เพื่อเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Search Engine (Google,Yahoo) และผู้ใช้งานทั่วไปด้วย ซึ่งในหน้า Sitemap นี้จะเป็นการรวม Link ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ให้อยู่เพียงหน้านี้หน้าเดียว

ประเภทของ Sitemap

การทำเว็บไซต์ที่ดีควรมี Sitemap ทั้ง 2 รูปแบบ คือ

          1.  Sitemap เพื่อให้ ผู้ใช้งานทั่วไปอ่าน

          2.  Sitemap เพื่อให้ Search Engine อ่าน

          การทำเว็บไซต์ที่ดีก็ควรจะมี Sitemap ทั้งสองรูปแบบ

          โดยปกติแล้วหากเราต้องการสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Search Engine เราจะต้องทำให้ Sitemap ของเราอยู่ในรูปแบบของภาษา XML ซึ่งจะทำให้ Bot หรือ Spider ของ Search Engine สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ว่านี้คือ Sitemap ตัวอย่างของ Sitemap ในรูปแบบ XML ที่ถูกต้อง ..

          ส่วน Sitemap สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปก็ควรจะเป็นหน้าที่เรียบๆ ง่ายๆ สามารถดูแล้วเข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ทั้งหมดได้ว่าเว็บไซต์นี้มีอะไรบ้าง โดยควรให้เว็บไซต์ดูเรียบง่าย สวยงาม และให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงหน้า Sitemap นี้ได้โดยง่าย ตัวอย่างเช่น

          RSS  คือ บริการที่อยู่บนระบบ อินเตอร์เน็ท จัดทำข้อมูลข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ XML เพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้ใช้ โดยส่งข่าวหรือข้อมูลใหม่ๆ  

          ข้อดีของ RSS ช่วยลดข้อจำกัดในการคัดลอกข้อมูลในเว็บไซต์ โดยเฉพาะกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ขณะที่ผู้สร้างไม่ต้องเสียเวลาทำหน้าเพจแสดง ข่าว ซึ่งต้องทำทุกครั้งเมื่อ ต้องการเพิ่มข่าว โดย RSS จะดึงข่าวมาอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 5.เครื่องมือค้นหาข้อมูลและการยอมรับการจัดหมวดหมู่ (Search Engine + Directory Submission)

ความสำคัญของ Search Engine

          ในอินเตอร์เน็ตมีเว็บเพจนับไม่ถ้วน และมีเว็บไซต์รวมถึงเว็บเพจใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกวัน หากไม่มี Search Engine ท่านลองนึกภาพดูซิครับว่า เราจะหาข้อมูลที่เราต้องการได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น หากท่านต้องการเช่ารถที่จังหวัดภูเก็ต ท่านคงไม่รู้ว่ามีเว็บไซต์ http://www.purecarrent.com ที่ให้บริการรถเช่า แต่สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือ เข้าไปที่ Search Engine แล้วสั่งค้นหาโดยใช้คำว่า “ภูเก็ต รถเช่า” หรืออะไรทำนองนั้น

Search Engine Submission

          Search Engine Submission คือ การส่งข้อมูลของเว็บเพจ หรือเว็บไซต์ของเราเข้าไปใน Search Engine เหมือนกับการแนะนำตัวให้ Search Engine รู้จักกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ Search Engine แสดงชื่อของเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีคนทำการค้นหาข้อมูลที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราใน Search Engine

           ข้อมูลที่เราจะส่งเข้าไปในSearch Engineมักจะเป็นข้อมูลในส่วนของ Meta Tag ของเว็บเพจนั้นๆ ซึ่งโดยมากข้อมูลที่ใช้ก็คือ ชื่อเว็บเพจ (webpage title) รายละเอียดโดยย่อของเว็บเพจ (description) และ คำสำคัญที่บอกถึงเนื้อหาหลักของเว็บเพจ (keywords)

Directory Submissions การลงทะเบียนเวปไซต์ เพิ่มช่องทางค้นหา

           Submit Directory หรือแปลเป็นไทยว่า “การลงทะเบียนเวปไซต์ เข้าในหมวดหมู่ที่สามารถหาได้ง่าย ของเวปไซต์นั้นๆ”  หรืออีกความหมายหนึ่งคือ การเพิ่มช่องทางการค้นหาเวปไซต์ ของเรานั่นเอง ตัวอย่างเช่น Yellow Pages หรือสมุดหน้าเหลือง คือหนึ่งในบริการลงทะเบียนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านต่างๆ ในหมวดหมู่ที่เป็นระเบียบและง่ายต่อการค้นหา 

ขั้นตอนที่ 6.Social Book Marking

          Social Bookmarking เป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการสารสนเทศออนไลน์ที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต โดยมี folksonomy ซึ่งเป็นคำที่ผู้ใช้ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อสื่อถึงเนื้อหาในเรื่องนั้นๆ เพื่อแบ่งหมวดหมู่และช่วยในการค้นหา รวมถึงการเชื่อมโยงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ตลอดจนการใช้ tags เพื่อช่วยแยกหมวดหมู่ของเรื่องต่างๆ ออกเป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจน

          ความน่าสนใจของ Social Bookmarking คือ การรวบรวม จัดเก็บ สารสนเทศออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก สามารถแบ่งหมวดหมู่ สร้างคอลเลคชั่น และเชื่อมโยงเว็บไซต์หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีผลต่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะการค้นหาข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัย นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปันลิงค์ที่น่าสนใจแก่เพื่อน หรือคนอื่นๆ ได้ ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ขยายองค์ความรู้เรื่องหนึ่งๆ ร่วมกัน หรือที่เรียกว่า CoP (Community of Practice) ชุมชนนักปฏิบัติ หรือแม้แต่การจัดอันดับให้กับเว็บเพจที่ได้รับความนิยมซึ่งวัดจากจำนวนผู้ เข้าชม ซึ่งโยงไปถึงการทำการตลาดออนไลน์

 ประโยชน์ที่ได้รับคือ

          1.  ได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆจากทั้วทุกมุมโลก

          2.  แบ่งบันสิ่งต่างๆที่ชื่นชอบ

          3.  ได้พบผู้คนมากมาย

 ตัวอย่างรายชื่อ Social Bookamark

  • Digg
  • Catchh
  • Reddit
  • Blinklist
  • Del.icio.us
  • Furl
  • Linkatopia

ขั้นตอนที่ 7.บล๊อกและการสร้างข่าว (Blogs + Press Release Creation)

           บล็อก คือสื่อใหม่ (New Media) เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง คนเขียนบล็อกสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชนเขา สามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ถ้าเรื่องไหนเป็นที่ถูกใจของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย

           Press release คือ การประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้สาธารณะทราบถึงการประชาสัมพันธ์นั้นๆ

          ประโยชน์ของการทำ online press releases เป็นวิธีอันชาญฉลาดในการนำชื่อของคุณและบริษัทคุณไปอยู่ในอินเตอร์เน็ตเพื่อที่ จะได้ traffic และ link popularity ผู้คนต่างใช้เว็บค้นหาข่าวเพื่อที่จะค้นหาข้อมูลที่เขาต้องการ ในแต่ละเดือนมีผู้คนมากกว่า 27 ล้านคนใน USA ใช้ google news และ yahoo news ในการค้นหาข้อมูลใหม่ๆ ในหัวข้อที่เขาเหล่านั้นสนใจมีคนในจำนวนหนึ่งคุณสามารถเปลี่ยนให้เขามาเป็น ลูกค้าของคุณได้ ดังนั้นคุณจงมั่นใจว่าพวกเขาสามารถพบบริษัทและข้อมูลต่างๆ ของคุณผ่านการทำ online press release

วิธีการเขียน press releases

5 ขั้นตอนในการเขียน press release

1 สิ่งที่ต้องการสื่อ
2 คิดอย่างนักหนังสือพิมพ์
3 เขียน press release อย่างถูกต้อง
4 ทำ press release ให้สั้น ได้ใจความ
5 โปรโมต press release ของคุณผ่านทางเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 8.การเขียนบทความ (Articles Submission)

          Articles Submission คือบริการ สร้าง Back Link ให้กับเว็บของคุณ โดยจะทำการโพสท์เนื้อหาเกี่ยวกับเว็บของคุณในลักษณะ Blog Post บนเว็บในเครือข่ายของเราและทำการสร้าง link ไปยังเว็บไซต์ของคุณในบทความนั้น ๆ และบทความทั้งหมดจะทำ link ให้เชื่อมทั้งเครือข่าย หรือที่เรียกกันว่า Link Wheel ในรูปแบบของ Matrix Linkซึ่งการเชื่อมในลักษณะนี้จะทำให้ทุกบทความที่ link มาหาเว็บของคุณได้รับ link จากเว็บในเครือข่ายด้วยกันเอง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มความเป็น authority ในคำนั้น ๆ และส่งต่อค่านั้นมายังเว็บไซต์ของคุณ ทำให้เว็บของคุณได้อันดับที่ดีขึ้นในคำที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 9.การสร้างความนิยม (Link Popularity)

          ความนิยมเว็บไซต์ เป็นการใช้วัดค่าความนิยมของเว็บไซต์เรา ว่ามีจำนวนเว็บไซต์ หรือกี่เว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา Link Popularity ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO เลยทีเดียว

ประเภทของ Link Popularity (Type of Link Popularity)  

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  • One-Way Links คือ การ Links แบบทางเดียว เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B แต่เว็บไซต์ B ไม่ต้องทำ Links กลับไปเว็บไซต์ A
  • Two-Way Links คือ การ Links แบบสองทาง เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B และ เว็บไซต์ B ต้องทำ Links กลับไปหาเว็บไซต์ B ด้วย
  • Three-Way Links คือ การ Links แบบสามทาง เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B แต่เว็บไซต์ B ให้เว็บไซต์ C ทำ Link กลับไปหาเว็บไซต์ A แทน

ประโยชน์ของ Link Popularity

          1.โอกาสที่ Robot ของ Search Engine ต่างๆ เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ เรามากขึ้นมีมาก

          2.เพิ่มโอกาส ของผู้ที่สนใจผ่าน Links เข้ามาหาดูข้อมูลทำให้เกิดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น

          3.ความน่าเชื่อถือเว็บไซต์ที่เพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 10.การแสดงผลลัพธ์การค้นหา SERP Report

          1.การวางโครงสร้างที่ดี กล่าวคือการทำ On Page Factor ให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งตรงนี้จะกล่าวถึงการวางกลุ่มเป้าหมายของ คีย์เวิร์คที่เราต้องการ,การจัดวางคอนเท้นต์ภายในหน้าเว็บ, การวางหัวข้อของเนื้อหา,การจัดวางเนื้อหาทั้งหมดตรงนี้ดูเหมือนซับซ้อนวกวน จัดวางให้เป็นอ่านง่าย ไม่ซับซ้อนไม่ว่าจะทางโค้ดดิ้ง (เขียนโค้ด) และการอ่านจริง (ให้ผู้เยี่ยมชมอ่าน)
          2.การออกแบบที่ดี หลังจากโครงสร้างเว็บไซต์ดีแล้วเราควรจะใช้ธีม/ตีมที่เป็นมิตรกับ Search Engine ด้วย,การ วางโครงสร้างลิ้งไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอก (Internal & External Link) เราควรจะดูแลและให้ความสำคัญในส่วนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียวและเมื่อย้อนกลับมา ที่ ธีม ของเว็บแล้วต้องไม่ลืมว่าเทคนิคเล็กน้อยๆที่เรียนรู้ได้จากการสังเกตุก็คือ หากเว็บใดมีทราฟฟิกจำนวน มาก เมื่อมีพลังจากธีมที่มิตรกับ Search Engine คุณจะได้รับพลังจาก SE ให้มีอันดับ SERP (Search Engine Report Page) ดีๆได้โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงโปรโมทมากเลยทีเดียว
           3.คอนเท้นต์  การสร้างคอนเท้นต์ที่ไม่ซ้ำไม่คัดลอกและไม่มีใครเหมือนจะเป็นตัวฉุดเว็บเรา ให้มีพลังในการอยู่ Ranking สูงๆบน Search Engine ได้เลย
4.Backlinks  การสร้างลิ้งกลับมายังเว็บเรายังเป็นเรื่องสำคัญมากๆในการทำSEO

พื้นฐานที่ควรทราบเกี่ยวกับ SEO

  • เน้นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามความชอบของ Search Engine (แต่ละ Search Engine จะมีความชอบต่างกัน)
  • การทำ SEO มีข้อห้ามหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะห้ามหลอกลวง Search Engine เกี่ยวกับข้อมูลในเว็บของเรา เช่น เว็บของเราเน้นเรื่องท่องเที่ยว เป็นต้น แต่มีการทำหน้าเว็บหลอกลวงให้เว็บของเราเป็นเว็บขายของ และลิงค์มายังเว็บของเรา?
  • ข้อห้ามอีกอย่างหนึ่งของการทำ SEO คือ ห้ามใส่คำซ้ำๆ กันในหน้าเดียวกันจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นการหลอกลวง และถ้าจับได้ อาจถูกแบนเว็บไซต์ และชื่อของเว็บไซต์จะถูกถอนออกจากเว็บ Search Engine เลยทีเดียว
  • การทำ SEO ควรทำในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ หรือค่อยๆ เป็น ไม่ใช่ทำแล้วขึ้นอยู่ในหน้าแรกในทันที หรือใน 7 วัน ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ไม่สามารถทำได้ (อาจสืบเนื่องมาจากการทำ BackDoor ซึ่งหลอกลวง Search Engine ให้เข้าใจผิด อย่างนี้ต้องระวัง)?

SEO มีประโยชน์อย่างไร

       8คุณประโยชน์ที่ไม่อาจปฏิเสธ Search Engine Optimization

          1.การสร้างลูกค้าด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัด

           อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดในการที่จะทำให้ Search Engine มาอินเด็กซ์เว็บไซต์ของเรา และถ้าหากเว็บไซต์ของเราทำ SEO อย่างถูกต้องแล้วก็ยิ่งจะทำให้เราได้รับผู้เยี่ยมชมที่สามารถกลายเป็นลูกค้า ของเราได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ในขณะที่คนอื่นอาจจะต้องเสียค่าใช้’จ่ายจำนวนมากต่อเดือนเพื่อลงโฆษณาบน Sponsored Links ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo หรือ MSN

           2.ค่าใช้จ่ายที่คงที่

          ค่าใช้จ่ายในการทำ Search Engine Optimization จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างคงที่ ซึ่งในบางครั้งการทำ SEO ในช่วงแรกนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่พอผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการบำรุงรักษาอันดับ ค่าบริการสามารถลดลงได้ แต่ในทางกลับกัน การลงโฆษณาแบบ Paid-Search จะค่อนข้างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

          3.ช่วยสร้าง Brand Visibility

          สมาชิกลองนึกดูนะครับว่า ถ้าหากสมาชิกค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดคำว่า “ประกันชีวิต” บริษัทประกันภัยชื่อดังต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นมาภายในหน้าแรกของ Google ยิ่งถ้าเป็นเว็บไซต์ของสมาชิกด้วยแล้วละก็ Brand ของสมาชิกก็จะปรากฏต่อสายตาผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก และสำหรับบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายในหน้าแรกนั้นหากต้องการที่จะอยู่ในหน้าแรกของ Google ก็ต้องซื้อโฆษณาในรูปแบบ PPC ซึ่งค่อนข้างที่จะแพงถ้าหากเป็นคำที่มีการแข่งขันสูง

          4.ช่วยทำให้เกิดเป็นมาตราฐานและสามารถเข้าถึงได้ของเว็บไซต์

           การที่เราจะสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่ชื่นชอบต่อ Search Engine นั้นต้องอาศัยการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เนื่องจาก Robots/Crawler นั้นสามารถสังเกตเห็นถึงข้อผิดพลาดของโค้ดได้ เพราะฉะนั้นแล้วการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อ SEO และประโยชน์ที่จะตามมานั้นก็คือจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นมาตรฐานมากขึ้นและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

          5.ช่วยทำให้เกิด Repeat Business

           ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจาก Search Engine โดยส่วนมากค่อนข้างจะใช้บริการเว็บไซต์ของคุณในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ซึ่งนั้นก็หมายถึงเราสามารถที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าประจำเว็บไซต์ของคุณได้ ด้วยการทำ Search Engine Optimization

          6.ช่วยสร้างลูกค้าใหม่

           การค้นหานั้นเกิดจากความต้องการของผู้เยี่ยมชม เพราะฉะนั้นแล้วผู้เยี่ยมชมที่มาจาก Search Engine โดยส่วนมากจะมีความสนใจในสินค้าหรือบริการ และถ้าหากเว็บไซต์ของเราแสดงเนื้อหา ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ การที่พวกเขาเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นลูกค้าประจำคนใหม่ของคุณนั้นก็มีโอกาส เป็นได้สูงเช่นกัน

          7.ช่วยสร้างคอนเทนต์ที่ไม่เหมือนใคร

          เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าคุณภาพของเนื้อหาและเนื้อหาที่เป็นต้นฉบับนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำ Search Engine Optimization และโดยธรรมชาติของข้อมูลภายในเครือข่าย WWW (World Wide Web) นั้นเนื้อหาที่ดีย่อมดึงดูดลิงค์เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ โดยเหตุผลนี้จึงสามารถอธิบายได้ว่าทำไม คุณภาพของเนื้อหาภายในเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

          8.เป็นโปรโมชั่นที่ไม่เคยหลับ

          Search Engine นั้นเปรียบได้เทียบเท่ากับบริษัทโฆษณาส่วนตัวของคุณและทำงานให้คุณตลอด 24ชั่วโมงต่อวัน 7วันต่ออาทิตย์ 365วันต่อปี ซึ่งสามารถพูดได้ว่าเป็นบริษัทโฆษณาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

มาดูความแต่ต่างของSEO VS. PPC กันว่าเป็นอย่างไร

          แม้ว่า 70 – 80% ของคลิกเกิดจากผลการค้นหาด้านซ้ายมือ (Natural Search/ SEO) ในขณะที่ที่เหลือ 20 – 30% มาจากผลการค้นหาด้านขวา (PPC) แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Natural Search จะตอบโจทย์จุดประสงค์การทำการตลาดในทุกรูปแบบและนี่คือเหคุผล :

          โดยปกติแล้วหากต้องการทำโปรโมชั่น หรือทำการตลาดในระยะสั้น การทำ PPC นั้นจะให้ผลที่ดีกว่า เพราะสามารถปรับแต่งหรือเขียนคำโฆษณาได้ตามใจเรา ในขณะที่การทำ SEO นั้นทำไม่ได้เพราะ Google จะเป็นผู้เลือกคำจากเว็บของเราขึ้นไปแสดงผลเอง ดังนั้นการทำ PPC จึงเหมาะกับ

  • การทำโปรโมชั่นระยะสั้น
  • ทดลอง Keywords ใหม่ๆ ว่าได้รับผลตอบรับดีหรือไม่
  • เพิ่มเติม Keyword ที่ต้องการให้ติดหน้าแรก นอกเหนือจาก Keyword ที่ได้ทำ SEO ไปแล้ว เพื่อให้ครอบคลุมการทำการตลาดมากขึ้น

แนะนำSearch Engine Optimization

แหล่งที่มาอ้างอิง  : http://www.php-thai.com/SEO+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0

%B8%A3.html

http://www.searchmaximizer.co.th/pay-per-click-service/

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=papayatop&month=29-09-2012&group=11&gblog=7

http://shop.bigshopping.com/article/SEO-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%84%E0%B8%89%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81-131/

http://seo.clisk.co.th/course/SEO-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s