1.  ISP  คืออะไรมีบทบาทเกี่ยวข้องอย่างไรกับอินเทอร์เน็ต

 ตอบ         ISP  มาจากคำว่า  Internet Service Provider  หมายถึง  “ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต”  ISPเป็นหน่วยงานที่บริการให้เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก  ถือเป็นกระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ต ISP เป็นผู้บริหารจัดการคอมพิวเตอร์เครื่องหลักที่ใช้ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตซึ่งเรียกกันว่า เซิร์ฟเวอร์ (Servers) เซิร์ฟเวอร์ถือเป็นจุดผ่านเข้าสู่อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ บริการทั้งหลาย  ISP ให้บริการต่อสาย (dial-up access) เข้าไปสู่อินเทอร์เน็ต  ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงกลุ่มข่าว (newsgroups) อีเมล์หรือ ห้องสนทนา (chat) ได้หรือแม้กระทั้งผู้ใช้บริการสามารถที่จะบันทึกข้อมูลแบบอัพโหลด หรือดาวน์โหลด โดยวิธีการต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต และ ISPเป็นผู้ให้บริการกลไกสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล

     ISP จะเป็นเสมือนตัวแทนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ถ้าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องการข้อมูลอะไรก็สามารถติดต่อผ่าน ISP ได้ทุกเวลา ข้อดีสำหรับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ก็คือ การให้บริการที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรองรับกับความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน มีทั้งรูปแบบส่วนบุคคล ซึ่งจะให้บริการกับประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต และบริการในรูปแบบขององค์กร หรือบริษัท

2.  จงสรุปความหมายของอินเทอร์เน็ตมาพอเข้าใจ

ตอบ          อินเทอร์เน็ต  มาจากคำว่า Inter Connection Network  คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมากครอบคลุมไปทั่วโลก  อาศัย โครงสร้างระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการประยุกต์ใช้งานหลากหลายรูปแบบ โดยใช้มาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่าโปรโตคอล (Protocol) ซึ่งโปรโตคอล ที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีชื่อว่า ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP : Transmission Control Protocol/Internet Protocol)  โดยอินเทอร์เน็ตเป็นทั้งเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายของเครือข่าย เพราะอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเครือข่ายย่อยเป็นจำนวนมากต่อเชื่อมเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกันจนเป็นสังคมเครือข่ายขนาดใหญ่ สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทาง โดยไม่กำหนดตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง

3.  เว็บเพจและเว็บไซท์เหมือนหรือต่างกันอย่างไรจงอธิบาย

ตอบ         เว็บเพจ มีความหมายถึง หน้าข้อมูลหน้าหนึ่ง ๆ ที่อาจจะกล่าวถึงเรื่องราวเพียงเรื่องเดียว หรือ หลาย ๆ เรื่องราวในหน้าเดียวก็ได้ เนื่องจากมีผู้คยทำการวิจัยว่าในการอ่านข้อมูลบนเว็บเพจแต่ละหน้านั้น ผู้อ่านมักจะใช้ระยะเวลาในอ่านสั้น ๆ อ่านเพื่อจับใจความ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการแบ่งเรื่องราวต่าง ๆ เขียนออกมาเป็นแต่ละเว็บเพจ (web page) และทำการเชื่อมโยงกันด้วย Link เพื่อให้ประกอบกันเป็นเว็บไซต์

                 -เว็บไซต์ มีความหมายถึง ข้อมูลเว็บเพจ (web page) หลาย ๆ หน้า มาเชื่อมโยงกันด้วย link เกิดเป็นความสัมพันธ์ของข้อมูลที่สามารถเข้าชมไปได้เรื่อย ๆ เช่น Website ประกอบด้วย หน้าแรก หน้าสินค้า หน้าบริการ หน้าติดต่อสอบถาม หน้าความเป็นมาของบริษัท หน้ารายชื่อกรรมการ ฯลฯ โดยแต่ละหน้าจะมี link เชื่อมโยงไปยังหน้าต่าง ๆ เกิดเป็นลักษณะ hierarchy ของข้อมูล

4.  ยกตัวอย่างบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ น.ศ.เคยใช้มา 2  บริการ

ตอบ          –           บริการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต  โดยใช้ web browser  ข้าพเจ้าใช้  Firefox  เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้เราสามารถค้นหาข้อมูล  ฟังเพลง  โหลดเพลง  หรือหนังสือต่างๆ   ได้อย่างรวดเร็วและสามารถทำให้เราทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น  มีรูปแบบที่ทันสมัย

                 –          บริการสั่งหนังสือผ่านอินเทอร์เน็ต  ข้าพเจ้าใช้บริการสั่งซื้อหนังสือผ่านทางเว็บนิยายแจ่มใส  ทำให้เรามีความสะดวกในการสั่งซื้อของได้โดยที่ไม่ต้องไปที่ร้านหนังสือ

5.  หากต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต  ควรทำอย่างไรจงอธิบาย

ตอบ            ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตหลายคน อาจเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยผ่านทางระบบเครือข่ายของสำนักงาน บริษัท หรือ สถานศึกษาของตน ซึ่งตามปกติแล้วหากเป็นหน่วยงาน หรือสำนักงานใหญ่ๆ จะต่อคอมพิวเตอร์เป็นระบบภายในองค์กร (LAN) ซึ่งมักจะเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ (ISP) ผ่านสายนำสัญญาณความเร็วสูง (High-Speed Leased Line) แทนที่จะเชื่อมต่อ ผ่านโมเด็ม (Modem) แต่ถ้าหากว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ในวง LAN ที่ไม่โตมากนักก็อาจใช้เชื่อมต่อผ่านโมเด็มก็ได้ เพราะ จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมี  2  แบบ
          1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล (Individual Connection) การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล คือ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากที่บ้าน (Home user) ซึ่งยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตก่อน จากนั้นจะได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต รหัสผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน(Password) ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้โดยใช้โมเด็มที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้หมุนไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงสามารถใช้ งานอินเตอร์เน็ตได้

          2. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบองค์กร (Corporate Connection) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบองค์กรนี้จะพบได้ทั่วไปตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้จะมีเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network : LAN) เป็นของตัวเอง ซึ่งเครือข่าย LAN นี้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ผ่านสายเช่า (Leased line) ดังนั้น บุคลากรในหน่วยงานจึงสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา การใช้อินเตอร์เน็ตผ่านระบบ LAN ไม่มีการสร้างการเชื่อมต่อ(Connection) เหมือนผู้ใช้รายบุคคลที่ยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต 

6.  องค์ประกอบของการพัฒนาเว็บไซต์ต้องประกอบด้วยอะไร

ตอบ          การพัฒนาเว็บไซต์  คือการออกแบบเว็บไซต์ คำนึงถึงความเหมาะสมกับกลุ่มบุคคลเป้าหมายผู้ใช้และลักษณะของเว็บไซต์ ความสะดวกในการใช้งาน

ขั้นตอนการพัฒนา เว็บไซต์

          กระบวนการพัฒนา เว็บไซต์ แบ่งออกเป็นขั้นตอนต่างๆ ซึ่งแต่ละแหล่งมักจะให้ข้อมูลไม้ตรงกัน ดังนั้นจึงขอรวบรวมและสรุปออกมาใหม่ เพื่อให้เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้เป็นแนวทางในการสร้าง เว็บไซต์   ดังนี้

1.  กำหนดเป้าหมายและวางแผน (Site Definition and Planning)
2.  วิเคราะห์และจัดโครงสร้างข้อมูล (Analysis and Information Architecture)
3.  ออกแบบ เว็บไซต์ และเตรียมข้อมูล (Page Design and Content Editing)
4.  ลงมือสร้างและทดสอบ (Construction and Testing)
5.  เผยแผร่ เว็บไซต์ และส่งเสริมให้เป็นที่รู้จัก (Publishing and Promotion)
6.  ดูแล และพัฒนา เว็บไซต์ (Maintenance and Innovation)

องค์ประกอบของการออกแบบเว็บไซต์ ต้องคำนึงถึง

–         ความเรียบง่ายได้แก่ มีรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและใช้งานได้สะดวก

–         ความสม่ำเสมอได้แก่ ใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ ควรมีความคล้ายคลึงกันตลอดทั้งเว็บไซต์

–         ความเป็นเอกลักษณ์การออกแบบเว็บไซต์ควรคำนึงถึงลักษณะขององค์กร

–         เนื้อหาที่มีประโยชน์เนื้อหาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเว็บไซต์ ดังนั้นควร จัดเตรียมเนื้อหาให้ถูกต้อง

–         ระบบเนวิเกชันที่ใช้งานง่ายต้องออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจง่ายและใช้งาน

–         ลักษณะที่น่าสนใจหน้าตาของเว็บไซต์จะต้องมีความสัมพันธ์กับคุณภาพขององค์ประกอบต่างๆ

–         การใช้งานอย่างไม่จำกัดผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด

–         คุณภาพในการออกแบบ

การที่เว็บไซค์สามารถเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตได้นั้นมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

–           เว็บเพจ (Webpage) คือ ไฟล์ HTML ของหน้าเว็บที่สร้างขึ้น

–          บราวเซอร์(Browser) คือ โปรแกรมที่ใช้ในการเปิดไฟล์ HTML เช่น Internet Explorer หรือ Netscape Navigation เป็นต้น

–          เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่ายที่ใช้ในการส่งผ่านเว็บเพจและข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างเครื่องที่เชื่อมต่อกันอยู่ในเครือข่าย

–          เว็บเซิร์ฟเวอร์(Web Server) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมสำหรับทำหน้าที่เก็บไฟล์ของเว็บไซต์ต่าง ๆ เอาว้า และให้บริการเมื่อมีการร้องขอเพื่อเปิดดู

7.  เหตุใดจึงต้องนำเอาระบบDNS  มาใช้เพื่ออ้างอิงถึงชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ตอบ          เพราะความจริงแล้ว Domain name ก็คือ IP Address นั่นเอง   เนื่องจากการติดต่อสื่อสารกันกันในระบบอินเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอล TCP/IP เพื่อสื่อสารกัน โดยจะต้องมี IP address ในการอ้างอิงเสมอ แต่ IP address นี้ถึงแม้จะจัดแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วก็ยังมีอุปสรรคในการที่ต้องจดจำ ถ้าเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายมีจำนวนมากขึ้น การจดจำหมายเลข IP ดูจะเป็นเรื่องยาก และอาจสับสนจำผิดได้ แนวทางแก้ปัญหาคือการ

          ตั้งชื่อหรือตัวอักษรขึ้นมาแทนที่ IP address ซึ่งสะดวกในการจดจำมากกว่า เช่น IP address คือ 203.183.233.6 แทนที่ด้วยชื่อ dusit.ac.th ผู้ใช้งานสามารถ จดจำชื่อ dusit.ac.th ได้ง่ายกว่า การจำตัวเลขโดเมนที่ได้รับความนิยมกันทั่วโลก

          Domain Name จึงเป็นชื่อที่ใช้ในการอ้างอิงเพื่อไปยัง Website ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตชื่อที่ใช้ต้องเป็นชื่อที่ไม่มีใครในโลก เปรียบเสมือนทะเบียนบ้านของเรา ซึ่งจะบอกให้คนอื่นเข้ามาที่บ้านของเราถูกต้อง ดังนั้นจึงซ้ำกันไม่ได้ ในปัจจุบันได้มีการจดชื่อโดเมนถึงกว่า 30 ล้านชื่อทั่วโลกและ ชื่อโดเมนก็มักจะถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายการค้าของ Website ต่างๆ

สรุปเหตุที่เราต้องใช้ Domain name แทน IP Address เพราะว่า
1. จำได้ง่ายกว่า

2. สามารถสื่อความหมายได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับอะไร

3. เมื่อคุณย้าย web server ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ Domain name

แหล่งที่มาอ้างอิง  

http://www.webthaiforyou.com/article/steptowebsiite.php

http://www.chaiwbi.com/0drem/unit01/151.html

http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech04/22/cit/7_1.html

http://www.etoolplus.com/isp.htm

http://vclass.mgt.psu.ac.th/~465-302/2007-1/Assignment-02/BPA_30_32/Internet%20Services%20Provider/01.htm

http://www.naxza.com/what-about-difference-with-website-and-web-page.hosting

http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/9

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s